3 จุดนี้เป็นจุดที่อีฮั้นประทับใจจริงค่ะ คือมันดีมากมาย และคนต่างชาติก็ยังไม่ค่อยรู้จักสักเท่าไหร่ แต่สำหรับคนญี่ปุ่นน่าจะเป็นที่รู้จักกันดี บางพิกัดก็เคยเขียนรีวิวไว้แล้วแต่วันนี้เอามารวมกันให้เห็นชัดๆ ใครมาช่วงไหน สะดวกและใกล้ตรงไหนไปจัดได้ตามใจชอบ เพราะรีวิวนี้ได้เริ่มเปิดฤดูซากุระตั้งแต่กลางเดือนกุมภากันเลยทีเดียวค่ะ !!! 3 จุดที่ว่าเหล่านี้นี้มีความแตกต่างกัน คนละอารมณ์กันจริงๆ เป็นยังไงตามมาดูกันค่ะ
1. มิอุระไคกัง (Miurakaikan) ซากุระสีสดๆ ฟุ้งฟริ้งไม่เหมือนใคร และรถไฟสายเคคิว เริ่มต้นตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ - ประมาณวันที่ 10 มีนาคมของทุกปี ซึ่งการพยากรณ์จะขึ้นอยู่กับอากาศด้วยค่ะ
ที่นี่เป็นจุดชมซากุระที่ไม่เหมือนใครเลยจริงๆ แม้กระทั่งช่วงเวลาก็ยังต่างไปจากชาวบ้านเค้าเพราะเค้าคือซากุระพันธุ์คาวาสุ ที่ออกเร็วกว่าใครๆ ตั้งแต่กลางกุมภา ไปจนถึงกลางมีนา แนะนำให้ไปปลายกุมภาค่ะ เพราะกำลังสวยเลย !!
และจุดไฮไลท์ของที่นี่ก็เห็นจะเป็นการหยุดเวลาถ่ายรูปซากุระกับรถไฟสีสดอย่างสายเคคิวที่เราโดยสารมากันเนี่ยแหล่ะค่ะ ซึ่งการมาถ่ายรูปรถไฟเนี่ย ไม่ใช่ง่ายๆ เลย เร็วมากๆ แล้วกว่าจะมาแต่ละขบวนคือใช้เวลานานมากมาย แต่ทุกๆ คนที่มาแล้วต้องรอ ก็เลยทำให้ใช้เวลาอยู่บนสะพานนี่เป็นชั่วโมง โดยรถไฟจะมีทั้งหมด 3 สีค่ะ เหลือง แดง น้ำเงิน
การเดินทาง : โดยสารรถไฟสาย Keikyu ที่สถานี Shinagawa เพื่อไปลงสถานี Miurakaigan ประมาณ 1 ชั่วโมง และเดินจากสถานีไปประมาณ 10 - 20 นาที เกือบทุกคนไปงานมัตสึริ! ไม่หลงแน่นอน หมายเหตุ : สำหรับการโดยสารรถไฟนั้น ให้เลือกสายรถไฟที่โดยสารจากสถานี Shinagawa ที่ตรงไป Misakiguchi นะคะ เพราะจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟค่ะ ต่อเดียวถึงเลย
ที่พักแนะนำ Shinagawa Tobu Hotel แนะนำให้พักที่ Shinagawa ค่ะ เพราะเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ถ้าต้องการที่พักราคาประหยัดหน่อยให้พักที่
คลิ๊กดูรายละเอียดที่นี่>> http://www.japanican.com/th/hotel/d...
จุดที่สวยเป็นอันดับสองรองจากรถไฟคือดอกนะโนะฮานะ ที่ปลูกใต้ต้นซากุระ เรียงกัน มันดูสวย สีสดตัดกัน และสวนข้างๆ ทิวซากุระ ที่มีสระน้ำ ตรงนี้ก็เป็นจุดพักก่อนจะขึ้นไปถ่ายรูปรถไฟได้ดีเลยทีเดียวค่ะ
เอาหล่ะ เรารอรถไฟแล้วค่ะ กล้องนี้ไม่ใช่ของเรานะคะ ของคนอื่นๆ ข้างๆ กัน 55555
รถไฟมาแล้วแอบถ่ายยากนิดหน่อย เพราะสปีดไปไม่ทัน ตั้งโหมดวิ่งแต่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ><! สุดท้ายจึงถ่ายด้วยไอโฟน ปรากฎถ่ายได้ 555 ฝีมืดดีจริงๆ
เพื่อนๆ ที่มาจะสนุกกับเราลุ้นถ่ายภพนะคะใครจะเบลอได้เท่าอีฮั้นคงไม่มี 5555
แล้วก็สีสันของซากุระพันธุ์นี้ที่มันสดกว่าปกติ
2. คิโยสุมิชิราคาวะ (Kiyosumishirakawa) เดินเล่นในอุโมงค์ซากุระ ชมซากุระได้อย่างใกล้ชิด กับสองฝั่งริมคลอง
ที่สถานีนี้มีสวนสาธารณะ แต่เราจะไม่ได้ไปในสวนกันค่ะ เพราะเราจะเดินไปเฉียดหน้าสวนตรงนั้นมีจุดชมสวยๆ เมื่อเดินออกจากประตู่ฝั่ง A3 แล้วเดินข้ามถนนมาทางจุดจอดบัสที่มีนาฬิกาหน้าตาแบบนี้นะคะ จะมีซอยอยู่ตรงที่เลยนาฬิกาไปหน่อยนึงเข้าไปจะเจอกับจุดชมซากุระสวยๆ ก่อนถึงสวนคิโยสุมิค่ะ ไฮไลท์ของที่นี่คืออุโมงค์ซากุระความยาวประมาณ 500 เมตรที่จะเดินในอุโมงนี้ได้แล้วก็มีซากุระปลูกริมคลองประมาณ 1 กม. สองฝั่งค่ะ
การเดินทาง : โดยสารรถไฟใต้ดินสาย Toei Oedo หรือสาย Tokyo Metro Hanzomon ก็ได้ค่ะ ลงที่สถานี Kiyosumishirakawa (清澄白河) จากตรงนี้เดินไปได้ 3 จุดคือสวนคิโยสุมิก่อนถึงสวนจะมีจุดชมซากุระจุดนึง และที่วัดข้างพิพิธภัณฑ์เอโดะ และที่สะพานข้ามคลองโดยเดินออกจากประตู A3 และให้เดินประมาณ 5 นาที
ที่พักแนะนำ จากที่นี่เดินทางจากสถานีอุเอโนะเพียง 12 นาที ถ้าเพื่อนๆ อยากพักแบบสะดวกๆ ราคาประหยัดก็แนะนำให้พักที่อุเอโนะค่ะที่ Ueno Touganeya Hotel
ตรงนี้แหล่ะ สวย ด้านในก็เข้าไปชมได้ แต่ไม่ได้เข้าค่ะ เอาแค่ข้างนอกพอ ที่นี่ให้ความรู้สึกแบบเก่าๆ ที่สถานีนี้เป็นเมืองเก่าค่ะ เป็นจุดที่คงสภาพไว้บ้างในยุคเอโดะ ถึงจะเหลือน้อยแล้วก็ถ้าใครมาจะรู้สึกเหมือนเดินมายังเมืองเก่า มีร้านขนมแบบโบราณให้ทาน แต่ร้านค่อนข้างกระจัดกระจาย เลยทำให้คนที่ไม่ค่อยชินจะหายากเล็กน้อย
ตรงนี้จะเป็นจุดเล็กๆ ที่ให้ชมเท่านั้นนะคะ ให้เดินย้อนกลับไปที่ถนนค่ะ
เมื่อออกประตู A3 มาที่ทางเดินไปยังสวนคิโยสุมิ
แล้วเดินต่อไปเรื่อยๆ จะเจอกับคลองค่ะ ซึ่งจะมีสองทางเดินยาวๆ ให้ข้ามถนนกลับให้เป็นฝั่งเดียวกับประตู A3 แล้วเริ่มเดินอุโมงค์ซากุระจากทางด้านนั้น
จริงๆ เป็นทิวยาวมากๆ ประมาณกิโลกว่าๆ แต่ว่าในส่วนอุโมงค์ที่เข้าไปเดินได้จะมีแค่ 500 - 700 เมตร เพราะโซนอื่นๆ เค้าปิด ไม่ให้เดินทะลุ
อุโมงค์จะเป็นแบบนี้เลยค่ะ ร่มรื่นมากๆ
ดอกซากุระที่นี่จะมีสีไม่สดมาก แต่ก็ไม่ขาวสะทีเดียว แล้วจะมีเรือท่องเที่ยวมาชมซากุระกันด้วยค่ะ เราสามารถเก็บซากุระที่ร่งลงพื้นได้นะคะ ดอกยังสดๆ อยู่เลย แต่อย่าไปจับกิ่งเค้าเล่นเพราะอาจจะโดนเค้าดุเอาได้นะคะ
ของแถมคือจุดชมซากุระเป็นวัดก่อนจะถึงพิพิธภัณฑ์เอโดะ เพียงนิดเดียวเท่านั้น ก็มีวัดนึงให้เราได้ชมซากุระสวยๆ ได้เช่นกัน คือเมื่อชมซากุระแล้วให้เดินกลับไปที่สถานี เสร็จแล้วเมื่อก่อนจะถึงสถานีจะมีทางเข้าพิพิธภัณฑ์เอโดะซึ่งจะมีหอคอยขนาดย่อมๆ อยู่หน้าซอย ให้เดินมาประมาณ 50 เมตรก็จะเจอวัดค่ะ ในวัดมีต้นซากุระให้ชมด้วยค่ะ
ถนนด้านหน้าจะมีร้านขนม ร้านเก่าๆ และที่สำคัญที่สถานีนี้จะดังเรื่องกาแฟค่ะ มีร้านกาแฟชื่อดังที่คนญี่ปุ่นชอบมาเข้าแถวซื้อมากถึง 5 ร้านด้วยกัน แต่ร้านนี่ก็กระจัดกระจายกันอีกแหล่ะค่ะ สถานีนี้จึงมักจะมีคนรักกาแฟมาเที่ยวกัน
3. คุดันชิตะ และศาลเจ้ายาสุคุนิ พายเรือชมซากุระได้ใจากในน้ำ ทานอาหาร นั่งเล่น ถ่ายรูปกันบนเรือ ได้ในสระฟินสุดต้องที่นี่เท่านั้น!
นี่นี่น่าจะเรียกว่าคนที่มาบูโดกังคงมีความเคยชินกับสถานีนี้เป็นอย่างดีนะคะ เดินมาตรงบริเวณรอบๆ สิคะ สวยมากๆ แล้วที่เด็ดสุดคือไม่ควรพลาดที่จะพายเรือเล่นค่ะ ถึงแม้ต่อคิวก็ต้องทน 555
การเดินทาง : โดยสารรถไฟสาย Tokyo Metro Hazomon、Tozai และรถไฟใต้ดินสาย Toei Shinjuku และลงที่สถานี Kudanshita (九段下)จากนั้นเดินออกทางออกศาลเจ้ายาสุคุนิ หรือทางออกบูโดกังก็ได้ แล้วเดินอีก 2 นาที
ที่พักแนะนำจุดที่เดินทางได้สะดวก ราคามิตรภาพ แนะนำAPA Hotel Tokyo-Kudanshita
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ >> http://www.japanican.com/th/hotel/d...
เช่าเรือสักครึ่งชั่วโมงจะรีบไปหน่อย ถ้าให้ดีควรจะเช่าสัก 1 ชั่วโมง พันหกร้อยเยน (ราคาไม่แน่ใจเปลี่ยนรึยังนะคะ) ตอนนั้นเราเช่ากันแค่ครึ่งชั่วโมงก็แอบเสียดายค่ะ เพราะยังสนุกอยู่เลย รอบๆ ขอบสระจะมีดอกซากุระที่ร่วงลงมา ก็เลยจะสวยไปอีกแบบค่ะ
ตั้งแต่ชมซากุระมาที่นี่น่าจะเป็นที่ 2 ที่ชอบนะคะ
นี่แหล่ะคือความงามของซากุระที่นี่
มีเป็ดว่ายแข่งกับเรือเราด้วย
และเมื่อพายเสร็จแล้วก็เข้าไปเดินถ่ายรูปที่ศาลเจ้ายาสุคุนิข้างๆ กันได้อีกค่ะ
ที่นั่นก็สวยเช่นกัน
ดูรีวิวมิอุระไคกังได้ทีนี่>> http://www.marumura.com/sakura-in-m...
ค้นหาทัวร์ชมดอกไม้ในฤดูกาลต่างๆ คลิกที่นี่ >> http://www.japanican.com/th/tour/li...
เพื่อนๆ ที่มาช่วงไหนก็จัดไปได้เลยค่ะ ไปแล้วน่าจะชอบกันนะคะ พบกับภาค 2 เร็วๆ นี้สวัสดีค่ะ!

Comment

Comment:

Tweet

Categories