วันนี้อีฮั้นเดินทางมาจากนาราค่ะ จากนารามาเกียวโตก็ใช้เวลาเพียง 40 นาที แล้วก็มาพักที่เกียวโตสัก 1 คืน สถานีเกียวโตเนี่ย มีรถไฟโทไคโด ชินกันเซ็น และรถด่วนต่างๆ ผ่านมากมายเลยค่ะ แถมในสถานีก็มีร้านค้ามากมาย นอนที่นี่ถือว่าเป็นอะไรที่เฟอร์เฟก สุดๆ
มาที่นี่ต้องจัดชาเขียวค่ะ มาถึงแหล่งแล้ว อะไรๆ ก็ชาเขียวไปหมดเลยจริงๆ ดูสิคะ ขนาดโคลอนของโปรดก็มีชาเขียวที่มีสูตรไม่เหมือนที่ขายในโตเกียว ทุกสรรถสิ่งมีรสชาเขียว อีฮั้นชอบมากๆ
มีความอยากชาเขียว เมื่อเดินออกจากทางออก Karasuma-Chuo แล้วขอจัดคาเฟ่ตรงก่อนลงไปโรงแรมไปฝากกระเป๋าหน่อยเหอะ ร้านนี้ค่ะ Cafe Du Monde เป็นชาเขียวปั่น อร่อยอ่าาาาา ที่ร้านเค้าจะติดกับมิสเตอร์นะคะ ใครที่หิวๆ ก็จัดรองท้องไปก่อนเลย
เมื่อเริ่มมีแรง เราโดฟด้วยชาเขียวแล้วก็เอากระเป๋าไปฝากโรงแรมแป๊บนึงค่ะ และตามจริงแล้วจุดประสงค์มาเกียวโตเห็นจะไม่พ้นเดินชมวัดต่างๆ ซึ่งวันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเก็บได้กี่วัด แต่เราไม่ได้รีบค่ะ ไว้มาอีกได้ ที่แรกที่ขอไปก็คิดว่าจะไปศาลเจ้าเฮอัน กันก่อน แล้วตามด้วยวัดน้ำใสนะคะ เพราะที่นั่นเรามีแพลนว่าจะไปทานมื้อค่ำกันด้วย น้องเค้าคุยนักคุยหนาว่าร้านนี้เลยอาเจ้ ร้านนี้เด็ดมากๆ
เราฝากกระเป๋าไว้ ยังไม่ได้เช็คอินค่ะ เพราะยังไม่ถึงเวลาที่เกียวโต ทาวเวอร์ โฮเทล
โรงแรมก็อยู่แสนจะใกล้กับสถานีที่นี่เลยค่ะที่ เกียวโต ทาวเวอร์ โฮเทล นี่ขึ้นบัสก็แสนจะง่าย แถมถ้าใครมาแล้วมีโปรโมชั่นอะไรที่แถมกับตั๋วชินกันเซ็นก็สามารถมาแลกได้ที่นี่เลยค่ะ อาคารข้างๆ สถานีตรงบัสเทอร์มินัลเนี่ยแหล่ะ และสำหรับใครที่จะซื้อตั๋วบัสเพื่อเดินทางแบบ 1 วันก็หยอดเอาที่ตู้นี้ก็ได้ ราคา 500 เยนค่ะ มีบริการที่ตรงจุดนี้เช่นกัน
และเราก็เตรียมตัวมาขึ้นบัส สำหรับใครที่จะเดินทางไปศาลเจ้า Heian ให้ขึ้นที่บัสหมายเลข 5 แล้วลงที่ศาลเจ้า ส่วนใครที่จะขึ้นเพื่อไปวัดน้ำใสให้ขึ้นที่หมายเลข D2 ค่ะ จุดหมายคือ kiyomizu-dera temple ค่ะ ถ้าเอาแบบคอร์สเที่ยวศาลเจ้าเฮอันก่อนก็ตามมาค่ะ
วันนี้เรามากับเจ้าถิ่น ซึ่งเจ้าถิ่นก็พาเราเดินเยอะมากๆ เลย สนุกสนานกันไปค่ะ น้องบอกว่าถึงศาลเจ้าเฮอันแล้วพวกเราถ่ายรูปกันเหนื่อยๆ ก็จะพาเราไปทานอาหารอร่อยๆ ตอนเย็น รับรองว่าพวกเราต้องชอบ นางว่างี้
วันนี้มีแต่รายการเดิน ยิ่งตอนเดินเข้าวัดน้ำใส แล้ววัดโคไดจินี่คือแบบ ป้าหอบค่ะ นี่เราแอบมีมองหอคอยเกียวโตที่เรานอนด้วยน้าาาา
จากนั้นก็เดินหอบๆ กันออกมาค่ะ ฟ้ายังไม่มืดง่ายๆ ช่วงนี้ดีหน่อยมืดช้า
แต่ก็เหลือเวลาไม่มากค่ะ เราต้องรีบทำเวลาสักนิดเพื่อจะไปให้ทันพอมีแสง เราก็เดินหาร้านก่อน เผื่อหลง น้องบอกว่าที่นี่เป็นร้านอาหารอิตาเลียนที่ดังที่สุดในเกียวโต ที่มาจากบ้านพักของศิลปินภาพเขียนชื่อดัง
น้องบอกหาทำไม เนี่ยทางเข้าร้าน ซึ่งอยู่ตามทางเดิน คือแอบงงนิดหน่อยว่าเนี่ยคือร้านที่เราจะทานเหรอ คือนอกจากไม่ไกลแล้ว ดูข้างนอกก็ไม่รู้เลยจริงๆ 555
ร้านมีชื่อว่า The SODOH Higashiyama Kyoto ดูแนวมากๆ แค่ทางเข้าก็แอบชอบแล้ว
คลิ๊กที่นี่เพื่ดดูรายละเอียดร้าน >>https://www.thesodoh.com/restaurant...
ใครมาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะเป็นแบบนี้เลย สวยอ่ะ
เครดิตภาพ : Naruedee
เดินขึ้นอีกแล้ว 555 ขายังสั่นไม่หายเลย เอาน้องมันบอกขึ้นนิดเดียวเองคร้าา อดทนหน่อยอาเจ๊
เดินเข้ามาในร้านร่มรื่นมากๆ เขียวไปหมด น้องบอกว่าตอนที่ใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่จะสวยมากๆ
คือที่นี่สามารถเห็นเจดีย์ยาซากะ  ด้านนอกได้อีกด้วย และเค้ามีโบสถ์ไว้จัดงานแต่งงานด้วยค่ะ สุดยอดมากๆ
ที่นี่มีอาคารหลายหลังอยู่ เราก็เดินเข้ามาส่องดูค่ะ ก่อนจะถึงเวลานัด
แล้วเราก็เข้าไปแจ้งชื่อเค้าที่จองเอาไว้ คือน้องบอกว่าร้านนี้ออกแนวหรูหรา แต่ราคาไม่แพงเว่อร์ เน้นความโรแมนติก ซึ่งก็จริงค่ะ เราเห็นมีหลายคู่เลย แล้วก็มีแบบเป็นครอบครัวด้วย
ที่นี่สวยมากเลยค่ะ เป็นบ้านเก่ากลางสวน ด้านนอกนี่งามเว่อร์ ถ้าใบไม้แดงคงจะสวยกว่านี้อีก จากโต๊ะทานข้าว เราจะเห็นในครัวด้วยนะคะเป็นครัวเปิด เราจะเห็นเค้าเดิน ผัด ปรุงกันตลอดเวลา เค้าทำได้น่ารักมากๆ นี่มาขอเชฟถ่ายรูป ทุกคนใจดีมากๆ เอ็คท่าให้ถ่ายด้วยอ่ะ นี่เราแอบเงยหน้าไปเห็นไฟด้านบนเหมือนเป็นชั้นลอย งามเชียว
เราจองเซ็ทอาหารกันไว้ค่ะราคา 5,500 เยน (ราคาเค้ายั้งไม่ได้รวมเซอร์วิสชาร์ต แต่รวมภาษีแล้ว) อาหารในเซ็ทจะมี 7 อย่างไม่รวมเครื่องดื่มนะคะ แต่จะมีชา หรือกาแฟ ให้เราเลือกดื่มกับของหวานได้ในตอนท้าย อันนั้นอยู่ในคอร์สค่ะ
เลยถามเค้าระหว่างนั่งรอว่าถ้าเราจะขอไปข้างบนหน่อยได้มั๊ยอยากถ่ายรูป
น้องเลยบอกว่ารอให้น้ำมาแล้วค่อยไปละกันจะบอกว่าน้ำอร่อยมากค่ะ แบบใครไม่ทานแอลกอฮอล์ก็มีน้ำอร่อยๆ รูปทรงแก้วนี่อย่างเท่ห์เลยค่ะ ถ้ามาอย่าพลาดน้ำที่นี่นะคะ อร่อยทุกๆ น้ำเลยจริงๆ
ดื่มน้ำแล้วขอเค้าขึ้นมาชมห้องงานเลี้ยงค่ะ ไม่ว่าจะแต่งงาน หรือปาร์ตี้บริษัทสามารถเลยค่ะ ที่นี่เค้ามีเจ้าหน้าที่คนไทยบริการให้ข้อมูลนะคะ
แล้วด้านนอกห้องจัดเลี้ยง
นี่เลยค่ะ เจดีย์ยาซากะได้ชัดๆ ขึ้น ยามค่ำคืนแบบนี้สวยเว่อร์ๆ เลยค่ะ  
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีร้านจะแดงแบบนี้เลย สวยมากๆ ค่ะ
เครดิตภาพ : The sodoh
แล้วนี่ห้องแต่งตัวสวยมากๆ ถ้าเป็นเจ้าสาว เจ้าบ่าวก็มาแต่งตัวที่ห้องนี้กันค่ะ
เอาหล่ะเราถึงเวลาต้องกลับมานั่งรอรับประทานอาหารแล้วค่ะ ขนมปังพร้อมแล้ว น่าจะนุ่มดีนะ อิอิ ขนมปังถ้าไม่อิ่มแถมได้นะคะ
นี่เมนูแรกค่ะเป็นทาโกะ
เมนูตับห่าน
อันนี้เป็นชีสอบค่ะ ด้านล่างเป็นพาสต้า แล้วด้านบนโปะด้วยชีส แฟนคลับชีสนี่คงฟินเลยทีเดียว!!
พาสต้าทูน่าค่ะ เมนูนี้อร่อยนัวค่ะ
และเนื้อแกะ อร่อยมากๆ มีข้าวโพดอ่อนด้วย ชอบมากๆ เลย คือว่าใครที่ไม่สามารถทานอะไรได้ สามารถบอกเค้าได้หมดค่ะ ไม่ต้องเกรงใจนะคะ พ่อครัวที่นี่ใจดี คือเรามากัน 3 คนนี่ ทานไม่เหมือนกันสักคนค่ะ แต่เค้าก็ทำเมนูออกมาได้หน้าตาคล้ายกัน เพียงแต่เปลี่ยนวัตถุดิบ
ในเซ็ตมีของหวานด้วยเค้กอร่อยมาก เค้าน่าจะทำแบบกินไม่อั้นเนอะ หุหุ
และก็มีชา กาแฟ จะบอกว่าลาเต้อร่อยค่ะ
และเราก็นั่งแท็กซี่กลับค่ะ เนื่องจากชิลกันเกิน รถน่าจะหมด 555 ให้ทางร้านเรียกให้ แหม บรรยากาศดีๆ อาหารอร่อยๆ แบบนี้ ใครจะอยากกลับค่ะ นั่งเพลินกันลืมเวลาเลย 2 ชั่วโมงนี่ผ่านไปเร็วเกินไปนะ
ระหว่างนั่งทานอาหารเราก็เหลือบๆ เห็นมีแฟนทำเซอร์ไพรส์บ้าง คู่รักมาจัดวันเกิดกันบ้าง คือแบบว่าบรรยากาศอิ่มเอม ก็คงไม่แปลกเพราะที่นี่เค้ามีชื่อเสียงมากมายในเกียวโตสะขนาดนี้
แล้วก็กลับมาเอากระเป๋าเช็คอินกันที่โรงแรม เกียวโต ทาวเวอร์ โฮเทล (Kyoto Tower Hotel)
คลิกเพื่อดูรายละเอียดโรงแรม >> http://www.japanican.com/th/hotel/d... Standard Triple Room เค้าก็มี ทำเลดีขนาดนี้ นอนได้ 3 คน ราคาแบบนี้ รับได้อยู่นะคะ!!!
 
สำหรับค่ำคืนที่ผ่านมาก็นอนได้แบบสบายๆ และเช้ามาก็ช้อปปิ้งอีกเล็กน้อย สำหรับวัดที่ยังไม่ได้ไป ไว้รอบหน้าค่ะ และก่อนขึ้นรถไฟก็จัดชาเขียวสักหน่อยก่อนขึ้นรถกลับที่หน้าทางเข้า
ร้าน IRODORI ต้องจัดสักหน่อยค่ะ เอาขึ้นรถไฟไปด้วย แหมพูดถึงแล้วก็ยังคิดถึงเนื้อแกะนุ่มๆ เมื่อคืนไม่หายเลยไว้รอบหน้าจะพาน้องๆ มาทาน
ซื้อของฝากสักหน่อย มาถึงนี่ต้องจัดชาเขียวเท่านั้น (ไม่ถามค่ะ ว่าชอบหรือไม่ เอาของฝากตามที่เราชอบ) 55
เอาหล่ะ จะกลับแล้วไว้เจอกันรีวิวหน้านะคะเดี๋ยวจะกลับมาอีกเกียวโต

 

Comment

Comment:

Tweet

Categories