ก่อนอื่นต้องขอออกตัวว่าทริปนี้อาจจะเหนื่อยนะ และ แพลนต่างๆ ก็ไม่ค่อยจะเป็นไปตามที่วางไว้สักเท่าไหร่
การเดินทางด้วยเส้นทางสายมังกร โชริวโด หรือ Dragon route นั้น ใช้ตั๋วนี่จะดีมากๆ แต่การซื้อตั๋วนี้ก็มีทั้งข้อดีแล้วก็ข้อจำกัดของเค้า เพราะสุดท้ายแล้วเราสามารถใช้ส่วนลด 10-20%ที่จะเดินทางไปยังเกียวโต โอซาก้า หรือโตเกียวได้อีก คือเรียกได้ว่ามันประหยัดดีนะถ้าซื้อผ่านเว็บ JAPANiCAN.com
ดูรายละเอียดตั๋ว 3 วันได้ที่นี่ >>http://www.japanican.com/th/tour/de...
คือเราต้องการเดินทางไปเที่ยวทั้งหมด 4 วัน จุดหมายที่ต้องการไปจริงๆ คือ ปราสาทมัตสึโมโตะ (ซึ่งไม่ได้รวมในโปร 3 วันแต่รวมในโปร 5 วัน) ทาคายาม่า คานาซาว่า ชิราคาว่าโกะ ส่วนโทยาม่า รวมในโปร ถ้ามีเวลาจากทาคายาม่า เราก็อาจจะแวะๆ ไป เพราะใกล้ๆ กัน และนาโกย่าที่รวมอยู่ในโปรก็อาจจะไม่มีเวลาไป ซึ่งถ้าเราซื้อตั๋วแบบ 5 วันจะครอบคลุมทั้งพื้นที่เลยแต่เราไม่มีเวลาขนาดนั้นอ่ะสิ
แต่อะไรๆ ก็ไม่ได้เป็นไปตามแพลนเท่าไหร่นัก ด้วยอุบัติเหตุเรื่องนักท่องเที่ยวแน่น ทำให้ที่นั่งเต็ม เราเลยต้องสับแผนใหม่ทั้งหมดเป็นดังนี้
วันที่ 1
เดินทางจากชินจุกุโตเกียวไปยังมัตสึโมโตะ โดยซื้อตั๋วจาก Keio Bus Terminal ฝั่ง West ในราคา 3,500 เยน / คน
สาเหตุที่ทำแบบนี้เพราะจะประหยัดกว่าการซื้อตั่วยาวมาจากโตเกียว เพราะขากลับเราต้องการให้เค้าลดราคาตั๋วให้เรายาวถึงชินจุกกุเลย เราคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดค่ะ ลดไปเกือบเก้าร้อยเยนเลย อิอิ
เมื่อเดินทางมาถึงมัตสึโมโตะ ซึ่งครั้งนี้กัน 4 คน เราค่อยมาซื้อตั๋วเพื่อเดินทางจากมัตสึโมโตะ ไปยังทาคายาม่า ที่หลัง เพื่อให้ได้ส่วนลดสำหรับ 4 คน จากราคาเต็มประมาณสามพันสองร้อยเยน เหลือราคาประมาณสองพันแปดร้อยเยน
 
เมื่อเราถึงยังทาคายาม่าแล้ว ให้เราเดินทางไปรับตั๋วเลยทันที ทั้งที่ตั๋วจะใช้อีกวันถัดไป แต่ไปรับก่อนมีสิทธิ์จองที่นั่งก่อน จริงๆ แล้วตั๋วนี้รับไปถึง 8 จุดเลยค่ะในเส้นทางสายมังกรเนี่ย สำหรับเมืองนี้ รับที่ Takayama Bus Terminal เลย
 
แล้วจัดการจองตั๋วที่จะเดินทางไปยังหมูบ้านกัสโซ่ ชิราคาว่าโกะสะ แรกเลยเราตั้งใจว่าวันที่ 2 จะไปคานาซาว่า และโทยาม่า แล้วก็วันที่ 3 จะไปยังชิราคาว่าโกะ สักหน่อย จะได้ชิลๆ ไปวันละที่ แต่เห็นป้ายนี้ ถึงกับชะงัก วันนี้ตั๋วไปคานาซาว่าเต็มแล้ว เอิ่ม แล้วทำไงดี เลยปรึกษาเจ้าหน้าที่ว่า เราต้องไปให้ได้จะทำไงดี ซึ่งแผนเลยออกมาว่า เราต้องไปยังคานาซาว่า กับชิราคาว่าโกะวันเดียวกัน หา!!!!
 
คือปัญหาคือเราต้องการนอนทาคายาม่าทุกๆ วัน เพื่อจะได้ทานเนื้อฮิดะ แล้วก็ไม่ต้องแบกกระเป๋าไปมา ซึ่งเรายอมเสียเวลานั่งรถไปกลับทุกวันๆ ซึ่งถ้าเพื่อนๆ ไม่อยากให้เป็นแบบนี้อาจจะเปลี่ยนเป็นเดินทางไปนอนคานาซาว่าสะเลย จะได้ไม่ต้องมาห่วงรถขากลับจะดีกว่า
 
แต่เราก็ทำใจยอมรับปัญหานี้ คือถ้าต้องไปสองที่ในวันเดียวกันมันจะเสียเวลาเหมือนกันนะ แล้วเที่ยวได้ไม่เต็มที่ แต่คำนวณละ คือเกินจากราคาที่ซึ้อมาแน่ๆ เราจึงเดินทางไปเที่ยวหมู่บ้านกัซโซ่แต่เช้าตรู่ เพราะเค้ามีรถที่ไม่ต้องจองที่นั่งได้ คือได้ไปทุกคน เพราะรถมีจำนวนไม่จำกัด รถเต็มก็มีมาเสริมให้ทันที เช่นรถเที่ยว 8.20 น. ไม่ต้องจองที่นั่ง ให้รอขึ้นได้เลยถ้าเต็มจะมีรถคันที่สอง สาม สี่มารับทันที
 
เราจึงไปชิราคาว่าโกะได้สบายๆ แต่ที่ลำบากเนี่ยคานาซาว่าแหล่ะ เราต้องไปต่อรถ แต่ทุกอย่างก็ไม่ใช่อุปสรรค
สรุปว่าอัดแน่นมากๆ ลองดูนะคะ
 
วันที่ 2
เราไปชิราคาว่าโกะตอนเช้า แวะ เกือบชั่วโมงเพื่อรารถต่อไปคานาซาว่า ระหว่างนั้นก็เดินเล่นหมูบ้านกัสโซ่ได้สบายๆ
นั่งรถไปคานาซาว่า เที่ยวคานาซาว่าให้ได้ภายใน 2 ชั่วโมงด้วยการโดยสารแท็กซี่ซึ่งไปกัน 4 คน ประหยัดไม่แพ้การซื้อพาส 1 วันสำหรับโดยสารบัส จุดหมายเแรกที่ไปคือ Higashi Chaya เมืองเก่า สีสวยๆ ของอาคารไม้ ทำเอาพวกเราตะลึงกับความงามจริงๆ นะ
หิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่เราก็ไม่ได้กลัวกันเลย แถมนั่งแท็กซี่ไปปราสาทต่อ
และได้เที่ยวที่ปราสาทคานาซาว่า ซึ่งวันนั้นทั้งวันหิมะตกชีวิตเปียกปอนมากๆ แต่เพื่อนๆ กลับเดินเล่นอย่างสนุกสนานกัน
ด้านตรงข้ามปราสาทจะเป็นสวน Kanazawa Kenrokuen ซึ่งวันนี้คิวยามาก เราไม่สามารถจะรอต่อคิวซื้อตั๋วเพื่อเข้าได้ เอาเหอะ แค่ด้านนอกก็ฟินแล้ว
เมื่อเที่ยวจนพออกพอใจกันแล้ว จากนั้นเราต้องกลับไปยังชิราคาว่าโกะ เพื่อโดยสารบัสกลับทาคายาม่า ระหว่างนั้นเรามีเวลาชั่วโมงกว่าๆ ในการอยู่ในหมู่บ้านกัสโซ่ คือมันเป็นอะไรที่โอมากๆ คิดว่าเวลาที่เหลือมันเสริมเวลาที่ขาดไปเมื่อเช้าได้ แล้วก็ได้ฟิลลิ่งคนละอย่างกันเลย เมื่อเช้าหิมะตก ตอนนี้แห้งเชียว เราเลยได้รูปมา 2 บรรยากาศ
เมื่อกลับมาถึงบัสเทอร์มินัล เอาละสิพรุ่งนี้เราจะเดินเล่นทาคายาม่าอย่างเดียวเหรอ คือดูพยากรณ์แล้วหิมะตกหนักมาก อากาศ -12 องศา จะดีเหรอ เรามีเวลาเหลือเยอะเว่อร์ๆ เราเลยถามเค้าเล่นๆ ว่า เอิ่ม รถไปนาโกย่ามีว่างๆ สัก 4 ที่บ้างมั๊ยพรุ่งนี้ คำตอบคือมี!!! แล้วเราเลยดูพยากรณ์ เย้! นาโกย่า อากาศแจ่มใส่ เอาละสิ จัดไม่จัด จัดไม่จัด จัด!!!!
เพื่อนๆ ไม่เคยไปนาโกย่านี่นา เราไม่ได้นอนตื่นสาย แต่ก็อดทนไปนอนในรถเราไปเก็บไมล์เลจนาโกย่าเหอะ นี่คือคำพูดของคนที่เคยไปแล้วแต่อยากให้เพื่อนๆ ได้ประสบการณ์
เพื่อนๆ จากที่ยังไม่ได้คิดถึงนาโกย่า ก็หันควับแล้วบอกว่า ดี! ไปก็ไป!!!
วันที่ 3
นาโกย่า
วันนี้เรามีเวลาที่นี่ 5 ชั่วโมง แรกเลยแพลนจะไปนั่นนี่เยอะแยะ แต่ก็บอกน้องๆ ไปว่าเอาชิลๆ แหล่ะ เดินช้อปปิ้ง ทานอาหาร แล้วก็ไปปราสาทละกัน เด็กๆ ก็ชิลค่ะ ตามนั้น แล้วเราก็จัดทุกอย่างตามแพลน
จากนั้นก็กลับทาคายาม่าตอนค่ำๆ
มาจองตั๋วขากลับโตเกียวแล้วก็ใช้สิทธิ์ส่วนลดในการเดินทางกลับไปยังโตเกียว ได้ลดไปตั้ง 890 เยน สบายมากๆ เลย
พูดถึงในส่วนของที่พักก่อนเช็คเอ้าท์
สำหรับทริปนี้เราพัก 2 ที่นะคะ ดีงาม แล้วก็ใกล้ๆ เลย คือไปกันหลายคน เราไม่ได้เน้นนอนเรียวกัง แต่เน้นแช่ออนเซ็น เราเลยจัด โรงแรมสปา โฮเทล อัลพินา ฮิดะทากายาม่า และโรงแรมซุปเปอร์โฮเทล ซึ่งห้องพักจะสไตล์แตกต่างกัน แต่การบริการดีเว่อร์ๆ แถมสองโรงแรมนี้ยังใกล้กันเพียงร้อยกว่าเมตร
ไม่ต้องห่วงสำหรับทริปนี้ประหยัดมากๆ ห้องพักรวมทั้ง 3 คืนหมดไปคนละ 15,500 เยน/ คน เป็นโรงแรมที่ใกล้สถานีมากๆ เอาไว้มารีวิวเจาะทีละโรงแรมเลย
2 คืนแรกเราเลือกนอนที่โรงแรม สปา โฮเทล อัลพินา ฮิดะทากายามะ ที่นี่มีออนเซ็ที่ฟินมากๆ เพราะมีโอเพ่นแอร์ น้ำแร่ของโรงแรมนี้ก็ดีใช่ย่อย ราคาห้องพักถูก ดูดีมากๆ ห้องกว้าง และสะอาด สำหรับใครไม่ได้เน้นเรียวกัง เรานอนในฮิดะทาคายาม่ามาหลายโรงแรมแล้วโรงแรมนี้คุ้มที่สุดในห้องพักแบบตะวันตก
และคืนสุดท้ายเราเลือกนอนที่ซุปเปอร์โฮเทล ฮิดะ ทาคายาม่า บริการดีสุดๆ ราคาก็ถูกเว่อร์ๆ แรกเลยเราคิดว่าไม่มีออนเซ็น แต่ดันมีแต่เค้าจำกัดเวลาจึงไม่ได้เขียนในแพลนห้องพัก ซึ่งเราจะสามารถขอกุญแจได้ตามเวลาแบ่งชาย หญิง ห้องพักตามสไตล์ซุปเปอร์ อยากหยิบหมอนกี่ใบก็หยิบ ห้องไม่กว้างเท่าอัลพิน่า แต่ฟิน แล้วแถมอาหารเช้าให้อีก ดีงามไหมคะ
วันที่ 4
เช็คเอ้าท์เสร็จแล้วฝากกระเป๋าค่ะเดินเล่นในทาคายาม่า วันนี้แอบเสียดายที่ตั๋วยังใช้ได้อยู่ 555 (จะงกไปไหน เที่ยวสะหมดที่เที่ยว กินสะหมดร้านทุกๆ ที่ขนาดนี้แล้ว)
 
 
และวันนี้เรากินเยอะมากไม่ว่าจะซาลาเปาอิดะ หรือว่าราเมง ข้าวหน้าเนื้อ เรียกว่าคุ้มมากๆ
เราเดินเล่นในทาคายาม่า ชมเมืองเก่า กินของอร่อยๆ แล้วบ่ายๆ ก็นั่งรถกลับโตเกียว โดยไปลงที่สถานีชินจุกุ เค้าจอดพักทั้งหมด 3 ครั้ง ทั้งหมดใช้เวลา 5 ชั่วโมง ก็เรียกได้ว่าประหยัด แล้วก็ไม่เสียเวลาหนักหนาสักเท่าไหร่
ขอขอบคุณผู้ร่วมก๊วนเที่ยวละไมในชูบุ โฮคุริคุ รอบนี้ จอย วี วี๊ด ด้วยนะคะ!! สวัสดีค่ะ

 

Comment

Comment:

Tweet

Categories