วันนี้นะอีฮั้นไม่ได้ไปผจญภัยคนเดียวอ่ะ มีเพื่อนๆ ไปด้วยเพียบ คือมีป้าพนอจัน ลุงสาหร่าย เพื่อนคนญี่ปุ่น 1 คน และแอดมินโซระเพจไม่ใช่กรูรูฯ โตเกียวไปเที่ยวด้วยกัน พูดเลยทริปนี้สนุกมากๆ ถึงจะยังไม่ถึงวันที่สวยที่สุด แต่พวกเราทำเพื่อให้ได้ภาพบรรยากาศของการเดินทางมาฝากเพื่อนก่อนวันที่จะบาน สุดๆ คร้าาาา

 

 

อย่าได้เสียใจไปสำหรับคนที่พลาดหวังจากการไปฮอกไกโด ที่นีถือว่าช่วยให้คุณเจอลาเวนเดอร์ได้เป็นอย่างดีทีเดียวนะคะ!!

ดูรายละเอียดทัวร์ได้ที่นี่ >> http://www.japanican.com/th/tour/

 

 

เริ่มจากเราก็ไปเช็คอินที่เดิมเลยคร้าาา โรงแรมเคโอพลาซ่า โตเกียว ชินจุกุ ในเวลา 8.15 น.

ใครไปไม่ถูกเดินทางง่ายๆ ดูที่นี่เลยนะคะ>> http://www.japanican.com/th/hotel/detail/4016001/

ที่นี่สามารถเดินจากสถานี Shinjuku ที่ทางออก West Exit ประมาณ 5 - 7 นาที

หรือเดินจากสถานี Tochomae กรณีเดินทางด้วยรถไฟสาย Toei Oedo โดยให้เดินจากทางออก B1-A1 เลี้ยวซ้ายแล้วเจอทันทีคร้าาาา

 

เอาหล่ะ เมื่อเราขึ้นรถกันเรียบร้อยแล้วก็มีวีดิโอเปิดแนะนำการใช้ Wifi บนรถ และสิ่งต่างๆ เป็นแอนนิเมชั่นน่ารักๆ

 

 

 

เราได้รับแจกข้อมูลหลากหลายอย่างจากคุณไกด์ค่ะ

 

 

 

ไกด์ ก็สรรหาสรรพสิ่งมาอธิบายให้เราฟังนางชื่อ เอมี่ นางเป็นไกด์ดีเด่นเลย ทั้งใจดี และพยายามอธิบายทุกๆ เรื่องแม้ว่า....พวกเราจะแอบงีบ 5555

การ เดินทางครั้งนี้แอบมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันนิดหน่อยคือ มีเด็กป่วยกระทันหัน น่าจะท้องเสียค่ะ แล้วต้องมีรถพยาบาลมารับ คุณเอมี่ นางเก่งมากค่ะ แทบไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น รถพยาบาลมาตอนไหน แล้วเอาเด็กกลับมาส่งเมื่อไหร่ ?!?! นางทำได้เนียนมาก สมเป็นมืออาชีพ การไปเที่ยวกับมืออาชีพก็ดีตรงนี้แหล่ะค่ะ อันนี้ขอชื่นชมมากๆ

 

 

 

การ เดินทางไปกุมมะด้วยบัสจะเดินทางไม่ได้นานมากค่ะ สองชั่วโมง หลับบ้าง ไรบ้าง ฟังไกด์บ้าง เมื่อเดินทางนานเราก็ต้องพักช๊อปปิ้งกันที่เซอร์วิสแอเรียนิสสสส นึง

ป่าวช๊อปเยอะนะคะ 555 ....ของฝากค่ะของฝาก

 

 

จุดแรกที่เราจะไปที่นี่เลยค้าาาาา น้ำตก Fukiware ที่ เค้าว่ากันว่าเป็นน้ำตกที่เปรียบสเมือนไนแองการ่าของญี่ปุ่นเลยนะ เนื่องจากมันมีหินที่ถูกกันเซาะ เป็นแอ่งๆ  ซึ่งที่น้ำตกที่นั่นมีความลึก และน้ำที่ตกลงมานั้นยาวลงมาถึง 7 เมตร และมีความกว้าง 30 เมตร พูดเลยว่าอลังการณ์งานสร้างมาก ธรรมชาติทำได้จริงๆ อีฮั้นเคยมาเมื่อสองปีก่อนแล้วครั้งนึงเพื่อมาเก็บลูกเชอรี่ ตอนนั้นน้ำยังไม่เยอะเท่ากับครั้งนี้ ทางเดินอีกเส้นนึงเลยถูกปิดเพราะน้ำแรงมากๆ ครั้งนี้มาประทับใจกว่าเดิมอีก แต่เสียดายไปเล่นที่สะพานไม่ได้

 

 

หลายคนตะลึงพรึ่งเพริดกับธรรมชาติ และร้านค้าข้างทางก่อนเข้าน้ำตก เพราะว่ามันธรรมชาติมากๆ ไม่ได้มาต่างจังหวัดจะไม่ได้เจอแบบนี้แน่ๆ

 

 

คืออันนี้เป็นร้านขายของพื้นบ้านที่ใครๆ เดินเข้ามาต้องกดภาพ 555 ชอบมาก คือมันนึกถึงบ้านนอกที่เคยอยู่สมัยก่อนมาก

 

แล้วเราก็ไปยังน้ำตก

 

 

ตลอด เวลาการเดินเข้าไปยังน้ำตกคุณลุงกับคุณป้าก็จูงมือกันเดินเป็นภาพที่ประทับ ใจมากๆ สมเป็นคู่สร้างคู่สม เนื่องจากทางชัน ป้าก็เก่งมาค่ะ เดินเก่ง และเดินทน สุดยอดไปเลยค่ะ นับถือสุดๆ ส่วนลุงคอยระวังทางให้ป้า พร้อมกับโซระจัง นางก็จุงป้าพลัดกับลุง

 

 

ทางเดินออกจากน้ำตกดูสิ ธรรมชาติมากๆ

ส่วนน้ำตกก็เป็นอะไรที่สวยได้สมใจที่เราตั้งตารอคอยเดินทางไปดูกัน จุดต่อมา เราก็รอคะรอกิน 5555

 

 

คือ มันเป็นบุฟเฟ่ต์ อาหารสุขภาพนานาชาติ แต่จะบอกก่อนโชว์ภาพนะว่าอร่อย เพราะป้าพนอจันก็ทานมาแล้ว เมนูนี่เน้นผัก มีเวลคัมเมนูเป็น roast beef!

ใครจะไม่ทานก็ได้ค่ะ ให้คนข้างๆ ไป 5555 

ส่วน ที่บาร์บุฟเฟ่ต์ก็มีพิซซ๋า เทมปุระ คาราเกะ อุด้ง ฯลฯ และที่ชอบที่สุดนะคะ คือเมนูชีสคล้ายๆ ลาซานญ่า คือมันอร่อยมาก แล้วก็อ้วนมากแน่ๆ เลยตักกินไปแค่สองครั้งค่ะ 555

 

 

ของให้เราทานเยอะแยะไปหมด เลือกไม่ถูกจริงๆ

 

 

ปลาหมึกทอด หอมใหญ่ทอดก็อร่อยค่ะ

 

 

คุณป้าชอบข้าวโพดมากๆ อยู่ที่นี่ไม่เหมือนที่ไทยข้าวโพดค่อนข้างราคาแพง ป้าเลยจัดข้าวโพดไปหลายฝักอยู่ 555

เรียกได้ว่าแต่ละคนก็จัดเมนูที่ตัวเองชอบกันแตกต่างกัน 555

 

 

เมื่อเรากินกันอิ่มแล้ว กองทัพเดินด้วยท้องค่ะ เราจะเดินเข้าสวนแล้วนะคะ ตลอดทางเป็นทุ่งค่ะ มีทั้งสวน ทั้งนาข้าว ข้าวโพด สวนแอปเปิ้ล  แล้วก็ลูกพีช หรือคนญี่ปุ่นเรียกว่าโมโมะ

 

 

ถึงสวนแร้ววว

 

 

เรา ได้รับถุงพลาสติก และโฟมตาข่ายกันกระแทก 2 แผ่นค่ะ กติกาคือ ใครจับลูกไหนแล้วให้เลือกลูกนั้นเลยเราจะจับเล่น ถ่ายรูปแล้วไม่เอาไม่ได้เพราะว่ามันจะช้ำค่ะ โมโมะค่อนข้างบอบบาง เพราะเปลือกเค้าบางมากๆ

เราเอามือช้อนที่ก้นของลูก งัดหัวลงแล้วขยับนิดนึงก็หลุดแล้วค่ะ ทำได้ไม่ยาก

สามารถเลือกได้ 2 ลูกแล้วเค้าจะมีให้เป็นของแถมกลับบ้านอีก 1 ลูกค่ะ

 

 

ที่สวนมีบันไดลิงให้ด้วย ปีนได้นะคะ แต่อย่าเล่นกัน ดูโซระจังจะชอบโมโมะนะคะ

ใคร ที่อยากรับประทานตรงนั้นเลยก็ได้ ส่วนใครที่จะเอากลับไปทานที่บ้านที่โรงแรม ก็จัดได้เลยค่ะ จะบอกว่าเลือกไม่ค่อยเก่ง ลูกหนึงหวานมาก อีกลูกยังอ่อนอยู่ แต่ลูกที่เค้าแถม เป็นลูกที่สุกมากแล้ว ลูกนั้นแหล่ะ อร่อยที่สุด 5555

เย้!! เอาใส่ถุงเรียบร้อยแล้ว

 

 

ต่อมาเราก็เดินทางไปยังทุ่งลาเวนเดอร์กันนะ! ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึงค่ะ

 

การเดินทางเองถ้า ใครเดินทางมาเองก็สามารถใช้คันโตพาสได้เช่นกันนะคะ เดินทางจากโตเกียวจะต้องโดยสารรถไฟชินกันเซ็น Toki ที่เดินทางไปนิงาตะ แล้วลงที่สถานี Takasaki เพื่อต่อรถไฟสาย JR Joetsu จากนั้นให้ลงที่สถานี Numata แล้วต่อบัสที่นั่น ใช้เวลาสิริรวม 3 ชั่วโมงค่ะ คือสองชั่วโมงบนรถไฟ และอีก 1 ชั่วโมงจะมีบัสไปถึงสวน ค่าใช้จ่ายบัสประมาณ 1 พันเยน และค่าเข้าสวน (กรณีเดินทางเอง) 1 พันเยน

 

 

 

อันนี้คือข้อดีของการที่เดินทางโดยซื้อทัวร์ 1 Day นะคะ คือรวมหลายๆ อย่างไว้แล้ว สบายๆ

 

เอาหล่ะถึงเวลาสำหรับลาเวนเดอร์แล้ว เย้ๆ

เราเดินทางถึง Tambara Lavender Park ที่นี่มีลาเวนเดอร์กว่า 50,000 ต้น 15 สายพันธุ์ซึ่งที่สวนแท่งนี้ตั้งอยู่ในความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 1,300 เมตร อากาศเย็นๆ ค่ะ ตื่นเต้นๆ

 

 

เข้า มาถึงสวนแล้วค่ะ แปลกนะคะ ที่นี่อากาศไม่ร้อนเลย เย็นๆ ด้วยซ้ำ ทั้งที่จุดอื่นๆ นี่ไม่ได้ต่างจากไทยเลยนะ สงสัยหน้าหนาว ที่นี่คงหนาวมากๆ เค้าบอกว่าสวนนี้จะเปิดให้เข้าแค่ในฤดูนี้เท่านั้น แอบสงสัยว่ามีลิฟท์ ที่นี่เป็นลานสกีในยามหนาวหรือเปล่าน้อ 55 คิดเองนะคะ

 

 

รู้สึกว่าลุงหายไป โน่นค่ะ แอบไปถ่ายรูปอยู่ตรงนั้นแล้ว ไวมากๆ

 

 

พวก เราตัดสินใจซื้อตั๋วเพิ่มเป็นจำนวนเงิน 450 เยนเพื่อโดยสารลิฟท์ไปลงด้านบนเพราะอยากได้ภาพจากลิฟท์ด้วย แต่เพลงที่เปิดคลอตอนนั่งลิฟท์นี่ทำเอาเราทุกคนเกือบหลับ 5555 ลมโชยๆ ด้วยอ่ะ

 

 

คิโมจี้มากๆ คร้าาา

 

 

ลุง สาหร่ายเลือกที่จะเดินแบกเป้ขึ้นมาชมลาเวนเดอร์ แล้วลุงแข็งแรงมากๆ เดินมาถึงก่อนพวกเราอีก แถมมาตั้งกล้องถ่ายรูปให้พวกเราด้วย ดูสิคะ ด้านหลังยังไม่บานเลย ถ้าบานคงจะสวยน่าดู

 

 

มีคนแอบไปแหวกว่ายกลางทุ่งแล้ว เค้าจะมีทางให้เราเข้านะคะ อย่าย่ำตรงบริเวณที่เค้าไม่ได้จัดล๊อกให้เราเดินน้าาาา

 

 

รูปนี้โซระจัง สวยที่สุดเลย!!

 

 

อีกจุดนึงตรงนี้เริ่มบานแล้วค่ะ

 

 

เค้าจะปลูกทั้งหมด 3 แปลง 555 พูดสะโบราณเลย มีสามจุดค่ะมีผึ้งบินเยอะมาก ถ้าเราเอาโคสอัพเลนส์มาคงจะดีนะคะ ได้ถ่ายผึ้งใกล้ๆ

 

 

แล้วเราก็ทนไม่ไหว ขอลองหน่อยเหอะค่ะ ซอฟครีมกลิ่นลาเวนเดอร์ อร่อยมากๆ ห๊อม หอมค่ะ

 

 

บรรยากาศเหมือนรีสอร์ทเลยค่ะ น่านอนค้างแบบนี้สักคืน

 

 

ที่ร้านค้าเค้าได้ฟิวส์มากๆ ค่ะ อากาศดี วิวดี

 

 

เอาหล่ะ เราจะเดินลงแล้วนะ บ๊าย บาย เจ้าดอกลาเวนเดอร์

 

 

ถ้านั่งลิฟท์ลง ไม่ยอมเดินจะไม่เห็นมุมแบบนี้นะคะ

 

 

แอบรู้สึกว่าเดินจะเร็วกว่าลิฟท์นะ 555

 

 

สีสัน สดใส วันนี้ฝนตกทั้งวัน แต่มาหยุดตอนเราเดินเข้าฟาร์มลูกพีช แล้วก็แดดมาออกตอนเรามาถึงที่สวนลาเวนเดอร์พอดิบพอดีเลย ได้ได้สีสันสดใสของท้องฟ้ากลับไปบ้าง

 

 

ของ ฝากของที่นี่มีเพียบเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากลาเวนเดอร์ หรือว่าตุ๊กตามาสคอตนกฮูกสีม่วงนี้ น่ารักมากๆ ราคาไม่แพงด้วย

 

 

จบ ทริปของเราแล้วนะคะ ด้วยการอุดหนุนภาพถ่ายตอนนั่งลิฟท์ค่ะ ทริปนี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่สวยที่สุดก็จริงค่ะ แต่ส่วนตัว ได้แค่นี้ก็ดีใจมากๆ คิดว่าสวยงามแล้ว อะไรแล้ว เพื่อนๆ คนไหนมาโตเกียวแล้วเสียใจไม่ได้ไปชมลาเวนเดอร์เหมือนหลายๆ คนที่ไปฮอกไกโด ต่อไปนี้ก็ลองเปลี่ยนมาเที่ยวที่นี่ดูบ้างนะคะถึงจะไม่เหมือนกัน แต่ว่าที่นี่ก็เป็นจังหวัดที่น่ารักๆ ผู้คนเป็นกันเอง อาหารอร่อย ผลไม้อร่อยค่ะ

 

 

ของกินอร่อยไม่แพ้ใครในคันโตต้องที่นี่เลย กุมมะ!!!


Comment

Comment:

Tweet

Categories